ปฎิทินวัฒนธรรม
สดุดีวีรชนแขวงเมืองวิเศษไชยชาญ
จำนวนผู้ชม 215 ครั้ง
๒๓
มี.ค. ๖๖
๒๖
มี.ค. ๖๖
๒๓
มี.ค. ๖๖
๒๖
มี.ค. ๖๖
๒๓
มี.ค. ๖๖
๒๖
มี.ค. ๖๖
๒๓
มี.ค. ๖๖
๒๖
มี.ค. ๖๖
๒๓
มี.ค. ๖๖
๒๖
มี.ค. ๖๖
อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้ว เป็นอนุสาวรีย์สถานที่ชาววิเศษชัยชาญและชาวอ่างทองร่วมกันสร้าง เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของวีรบุรุษแห่งบ้านโพธิ์ทะเล ชาววิเศษชัยชาญ ปู่ดอกปู่ทองแก้ว ยอมสละชีวิตอย่างกล้าหาญเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยในการสู้รบกับพม่าที่ค่ายบางระจันก่อนกรุงศรีอยุธยาจะแตกในปี พ.ศ. 2309 โดยนายดอกและนายทองแก้ว เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่มของ 11 วีรชนแห่งชาวบ้านบางระจัน ซึ่งการรบที่บางระจันนั้น เป็นการรบเพื่อป้องกันตัวเองของชาวบ้านเมืองสิงห์บุรีและเมืองต่าง ๆ ที่พากันมาหลบภัยกองทัพพม่าสงครามบางระจันในคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง สามารถต้านทานการเข้าตีของกองทัพพม่าได้หลายครั้ง จนได้ชื่อว่า "เข้มแข็งกว่ากองทัพ ของกรุงศรีอยุธยาในสมัยนั้น" และมีกิตติศัพท์เลื่องลือด้านวีรกรรมความกล้าหาญในประวัติศาสตร์ไทย วีรกรรมอันกล้าหาญของนักรบไทยค่ายบางระจัน เป็นที่ภาคภูมิใจและอยู่ในความทรงจำของคนไทยตลอดมา ชาวเมืองอ่างทองจึงพร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ นายดอก และนายทองแก้ว ไว้ที่บริเวณวัดวิเศษชัยชาญ โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารเสด็จพระราชดำเนินมาทรงกระทำพิธีเปิดอนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2520 ในวันนี้ของทุกปี ชาวเมืองอ่างทองจะทำพิธีวางมาลาสักการะอนุสาวรีย์นายดอก นายทองแก้ว เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณความดี ในวีรกรรมความกล้าหาญของท่านอย่างมิอาจลืมเลือน ตำนานแห่งวีรบุรุษ ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2307 กองทัพพม่าภายใต้การนำของเนเมียวสีหบดี ซึ่งแต่เดิมทีจะปราบปราม กบฏต่ออาณาจักรพม่าเท่านั้น แต่เนื่องจากความอ่อนแอของอาณาจักาณอยุธยา ทำให้เนเมียวสีหบดีตั้งเป้า ที่จะเข้าตีกรุงศรีอยุธยา โดยรุกเข้าสู่อยุธยาทางเหนือ และมาหยุดที่เมืองวิเศษชัยชาญ จากนั้นสั่งให้ทหารพม่ากวาดต้อนทรัพย์สินและผู้คนทางเมืองวิเศษชัยชาญ ราษฏรจึงพากันโกรธเคือง และวางแผนต่อสู้ร่วมกัน โดยประกอบด้วยชาวเมืองวิเศษชัยชาญ เมืองสิงห์บุรี เมืองสรรคบุรี และชาวบ้านใกล้เคียง ในบรรดาชาวบ้านที่ร่วมกันนี้มีหัวหน้าคนสำคัญคือ นายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมือง ซึ่งได้หลอกลวงทหารพม่าให้ไปหาทรัพย์ที่ต้องการ ทหารพม่าเกิดหลงเชื่อ จึงถูกนายโชติและพรรพวกที่ซึ่งอยู่บุกเข้ามาฆ่าฟันพม่าตายประมาณ 20 คน แล้วจึงพากันหนีกระเจิงไปยังบางระจัน ในขณะนั้นชาวเมืองต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง ต่างเข้ามาหลบอาศัยอยู่ที่บางระจันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีอาหารอุดมสมบูรณ์ ข้าศึกตามเข้าไปได้ยาก โดยชาวบ้านอพยพและไปขอพึ่งพระอาจารย์ธรรมโชติ ซึ่งมีกิตติศัพท์ว่ามีความเชื่อวชาญทางวิทยาคม ต่อมานายแท่นและคนอื่น ๆ ชักชวนชาวบ้านได้อีกประมาณ 400 คนเศษพากันมาอยู่ที่บ้านบางระจัน หลังจากนั้นก็ตั้งค่ายขึ้นล้อมรอบบ้านบางระจัน 2 ค่าย เพื่อป้องกันทหารพม่าที่จะยกติดตามมาและเพื่อจัดหากำลงและศัตราวุธในแถบตำบลนั้น ๆ ในขณะนั้นมีคนไทยชั้นหัวหน้าที่เข้ามาร่วมด้วย คือ ขุนสรรค์ พันเรือง นายทองเหม็น นายจันหนวดเขี้ยว นายทองแสงใหญ่ รวมทั้ง นายดอก และนายทองแก้ว รวมทั้งหมด 11 คน โดยตั้งกองสู้กับกองทัพพม่าอย่างไม่เกรงกลัวต่อความตาย
แหล่งอ้างอิง:
https://www.facebook.com/AngthongCulture/posts/pfbid0ADP6isTUnaPVJk4xEaPK7SHEhPM4aF9e5CiVPr8EqnjT9BgYzPAZ4ZoXEMHzQ3tdl
Add to Calendar
เดินทาง 

