ปฎิทินวัฒนธรรม

ประเพณีทำขวัญผึ้ง

จำนวนผู้ชม 471 ครั้ง

o๑

ม.ค. ๖๖

o๑

ม.ค. ๖๖

วันที่ ๑ มกราคม (วันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี) 
สถานที่จัดงาน   ณ บริเวณต้นยาง วัดศรีคีรีสุวรรณาราม อำเภอคีรีมาศ
                   ประเพรีทำขวัญผึ้ง เป็นประเพณีพื้นบ้านที่เก่าแก่ของหมู่บ้านโซกกระบาท ตำบลคีรีมาศ อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ประเพณีนี้ได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ หลังจากสูญหายไปราว ๔๐ ปี ในอดีตเมืองศรีคีรีมาศต้องส่งส่วยน้ำผึ้งทดแทนการถูกเกณฑ์แรงงานตามพระราชกำหนดตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ก็ได้มีการยกเลิกการส่งส่วยน้ำผึ้ง การส่งส่วยดังกล่าวเป็นผลให้เกิดมีประเพณีการทำขวัญผึ้งเพื่อให้ผึ้งมาทำรังตามต้นไม้มากๆ ต่อมาประเพณีได้ค่อย ๆ เลือนหายไป มหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลก ได้ฟื้นฟูประเพณีการทำขวัญผึ้ง ตำบลคีรีมาศ อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัยขึ้นเมื่อ
วันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๖ (ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ สถานที่ประกอบพิธีเป็นป่าใหญ่อยู่ไกลออกไปจากหมู่บ้าน ก่อนจะถึงวันทำพิธีชาวบ้านจะช่วยกันเตรียมข้าวของเครื่องใช้ ข้าวปลาอาหาร สำหรับรังผึ้งปลอมทำจากขนมแดกงา โดยนำมาปั้น
ทำเป็นรังผึ้งขนาดต่าง ๆ ติดกิ่งไม้ไว้เพื่อเตรียมไปแขวนที่ป่า เช้าของวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ชาวบ้านจะพากันเดินทางไปยังบริเวณที่ประกอบพิธีในป่า ที่มีต้นไม้ใหญ่และเคยมีรังผึ้งมาก่อนแล้ว เรียกลักษณะเช่นนี้ว่า "โซกลำเกลียว" เท่าที่ผ่านมาต้นไม้ที่ใช้ประกอบพิธีคือต้นยาง เมื่อได้ต้นไม้ในลักษณะที่ต้องการแล้ว กำหนดเขตโดยใช้ไม้ไผ่สานสูงประมาณเอว กั้นเป็นอาณาเขตห่างจากต้นไม้ประมาณ
๓ วา เว้นช่องทางให้เข้าทั้งหมด ๘ ช่อง เพื่อเป็นประตู ๘ ทิศ แต่ละประตู
สร้างศาลตีนเดียวสูงประมาณ ๒ วา ที่ศาลจะมีเครื่องเซ่นสังเวยด้วย ก่อนที่จะเริ่มพิธีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งจะเอารังผึ้งปลอม ไปติดตามต้นไม้รอบบริเวณนั้น จะมี
กี่รังก็ได้ แต่จะต้องมีรังหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ ยาวประมาณ ๑ ศอก เป็นรังผึ้งหลวงเพื่อใช้ประกอบพิธี อีกกลุ่มหนึ่งก็เอาผ้าสามสีและด้ายขาวแดงมาพันรอบต้นไม้ใหญ่ แต่เดิมนั้นใช้ผ้าม่วงผ้าไหม ปัจจุบันหาไม่ได้แล้วจึงใช้ผ้าสามสีแทน และที่ผ้าสามสีจะประดับด้วยเหรียญเงินโดยรอบ เรียกว่า พวงเงิน พวงทอง ด้ายแดงขาว
อีกส่วนหนึ่งนำไปพันที่รอบต้นไม้ใหญ่ ๙ รอบ ตรงหน้าต้นไม้ใหญ่สร้างศาลตีนเดียวขนาดใหญ่หนึ่งศาล หน้าศาลมีที่วางเครื่องเซ่นสังเวย ได้แก่ บายศรี ๑ ปาก
หัวหมู ๑ หัว ตีนหมู ๘ ตีน ฯลฯ เครื่องเซ่นเหล่านี้จะแบ่งไปตามศาลตีนเดียว
ทั้ง ๘ ศาลด้วย เมื่อจะเริ่มพิธีมีการจุดธูปเทียนที่ศาลใหญ่และศาลทั้ง ๘ ทิศ
ผู้ทำพิธีจะทำน้ำมนต์เพื่อปัดเสนียดจัญไร แล้วพรมน้ำมนต์ที่เครื่องสังเวยและ
คนในบริเวณนั้น จากนั้นจะไหว้พระรัตนตรัย กระทำธรณีสาร กล่าวคาถา
ชุมนุมเทวดาให้มารับเครื่องเซ่นสังเวยและร้องเชิญพ่อผึ้ง แม่ผึ้งให้ชวนบริวาร
มาทำรัง จากนั้นจะมีชาวบ้านชายหญิงสมมติเป็นพ่อผึ้ง แม่ผึ้ง ลูกผึ้ง ชวนกันมาทำรังที่ต้นไม้นี้ โดยจะเข้ามาทางประตูทั้ง ๘ ทิศ ชาวบ้านที่สมมติเป็นเทวดาผู้เฝ้าประตูจะคอยซักถามว่า พ่อผึ้ง แม่ผึ้ง ลูกผึ้งนี้มาจากไหน และเชิญชวนให้มาทำรังผึ้ง
ที่ป่าแห่งนี้ เมื่อขบวนผึ้งเข้ามาแล้วก็จะออกไปยังประตูตรงกันข้ามแล้วเข้ามาใหม่โดยมีเทวดาผู้เฝ้าประตูซักถามอีก จะเดินเข้าออกในลักษณะนี้จนครบทั้ง ๘ ทิศ เป็นอันว่าเสร็จพิธี หลังจากนั้นชาวบ้านที่มาร่วมในพิธีนี้จะเล่นขโมยรังผึ้งกัน โดยจะขโมยขนมแดกงาที่มีผู้นำไปแขวนไว้ตามต้นไม้ในบริเวณพิธีและจะมีตำรวจคอยจับขโมย ถ้าขโมยคนใดถูกตำรวจจับได้ ตำรวจก็จะจับส่งฟ้องศาล ซึ่งศาล
จะตัดสินจำคุกกี่ปีก็ได้ การลงโทษจำคุกนี้ใช้วิธีการดื่มเหล้าแทน เช่นจำคุก ๕ ปี ก็ให้ดื่มเหล้า ๕ จอก เป็นการละเล่นที่สนุกสนานของชาวบ้านมาก เมื่อสิ้นสุดการละเล่นแล้วจะมีการสมมติตีรังผึ้งจากต้นยาง ที่ใช้ประกอบพิธี เป็นการเสร็จสิ้นพิธีการทำขวัญผึ้งโดยสมบูรณ์
แหล่งอ้างอิง:
Add to Calendar

กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง