ปฎิทินวัฒนธรรม

การจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม 2563

จำนวนผู้ชม 933 ครั้ง
การจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม 2563
ระหว่างวันที่ 1 – 6 ธันวาคม 2563
ณ ถนนสนามไชย สวนสราญรมย์ และมิวเซียมสยาม
ตามที่รัฐบาลกำหนดจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม 2563 โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 1 – 6 ธันวาคม 2563 ตลอดแนวถนนสนามไชย สวนสราญรมย์ และมิวเซียมสยาม และมอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรมจัดกิจกรรม ดังนี้   
 
1. การจัดนิทรรศการ “อัครศิลปิน” ระหว่างวันที่ ๑ - ๖ ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 - 21.00 น. ณ บริเวณสนามหญ้าด้านข้างหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ถนนสนามไชย (ถัดจากหอนาฬิกากรุงเทพมหานคร) โดยนิทรรศการนำเสนอพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 9 ด้าน ประกอบด้วย                                   
             1. พระอัจฉริยภาพด้านจิตรกรรม
                 โดยนำสำเนาภาพวาดฝีพระหัตถ์ และภาพจิตรกรรมที่ทรงวินิจฉัยมาจัดแสดง
             2. พระอัจฉริยภาพด้านประติมากรรม
                  จัดแสดงงานประติมากรรมที่ทรงวินิจฉัย
             3. พระอัจฉริยภาพด้านวรรณศิลป์
                  โดยนำหนังสือทรงพระราชนิพนธ์มาจัดแสดง และมหาราชานุสาสนี (คำสอนของมหาราช) ในหนังสือผ่านระบบ INTERACTIVE Touchscreen
              4. พระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพ
                  โดยนำเสนอสำเนาภาพถ่ายฝีพระหัตถ์
             5. พระอัจฉริยภาพด้านวาทศิลป์
                 โดยนำเสนอวีดีทัศน์พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสในโอกาสสำคัญต่าง ๆ
             6. พระอัจฉริยภาพด้านนาฏศิลป์และดนตรี
                 โดยนำเสนอข้อมูลที่ทรงอุปถัมภ์การแสดงโขน ละคร ศิลปะการแสดง และดนตรี ทำให้ศิลปะและศิลปินแขนงนี้ก้าวหน้า มั่นคงและยืนหยัดอย่างภาคภูมิ
             7. พระอัจฉริยภาพด้านดุริยางคศิลป์
                 โดยนำบทเพลงพระราชนิพนธ์ ผ่านระบบเทคนิค Sounddome
              8. พระอัจฉริยภาพด้านหัตถศิลป์และงานออกแบบ
                  นำเสนอวีดีทัศน์ผ่านระบบการฉาย mapping บนเรือใบมดที่ทรงออกแบบและต่อขึ้นด้วย     พระองค์เอง (สำเนา)
              9. พระอัจฉริยภาพด้านงานสถาปัตยศิลป์
                  โดยนำเสนอข้อมูลงานสถาปัตยศิลป์ที่พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชดำริและพระบรมราชวินิจฉัย
                  นอกจากนี้ในนิทรรศการ “อัครศิลปิน” ได้จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรม ทุกวันตั้งแต่ เวลา 16.00 - 20.00 น.  ยกเว้นวันที่ 5 ธันวาคม 2563 เวลา 13.30 - 16.00 น. โดยมีการแสดงขับร้อง การบรรเลงเพลง พระราชนิพนธ์ การแสดงเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 จากศิลปินแห่งชาติ ศิลปินศิลปาธร ศิลปินพื้นบ้าน การแสดงดนตรีจากเยาวชน ประกอบด้วย
ศิลปินแห่งชาติ ได้แก่ แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงพื้นบ้าน-อีแซว) ประจำปี พ.ศ. 2539  นางศรีนวล ขำอาจ สาขาศิลปะการแสดง (ศิลปะพื้นบ้าน-ลำตัด) ประจำปี พ.ศ. 2562
ศิลปินศิลปาธร ได้แก่ นายอนันต์ นาคคง สาขาดนตรี  ประจำปี พ.ศ. 2562 นายมานพ มีจำรัส สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี พ.ศ. 2548 และดร. ณรงค์ ปรางค์เจริญ สาขาคีตศิลป์ประจำปี พ.ศ. 2550
 ศิลปินพื้นบ้าน ได้แก่ เพลงพื้นบ้านคณะแม่บัวผัน
การแสดงดนตรีจากเยาวชน ได้แก่ วงดุริยางค์เยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ์ฯ (TYO) วงดุริยางค์เครื่องลมเยาวชนไทย (TYW)    คณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย (Thai Youth Choir) และคณะ MU Choir จากมหาวิทยาลัยมหิดล
การแสดงร่วมสมัย ได้แก่ การแสดงดนตรี กวี ศิลป์ ชุด “น้อมนำคำพ่อสอน” จากวงดนตรีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ประกอบการวาดทรายจากอาจารย์ก้องเกียรติ กองจันดี การแสดงหุ่นกระบอกร่วมสมัย เรื่อง “พระเนมิราชชาดก” คณะบ้านตุ๊กตุ่น การแสดงนาฏศิลป์ร่วมสมัย จากคณะ The Creations Dance นาฏศิลป์สร้างสรรค์
และทุกวันจัดแสดง การบรรเลงและขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ในรัชกาลที่ 9 โดย วงดุริยางค์สากล
                       สำนักการสังคีต กรมศิลปากร
  2. จัดริ้วขบวนพาเหรด “เรื่องราวชาวไทย ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร” ระหว่างวันที่ 1 – 4 และวันที่ 6 ธันวาคม 2563 เวลา 17.00 – 18.00 น. เริ่มต้นเดินขบวนตั้งแต่มิวเซียมสยามถึงบริเวณหน้าศาลฎีกา ประกอบด้วย 6 ขบวน ดังนี้
      ริ้วขบวนที่ 1 สยามภักดีภิรมย์รัฐ (ภาคกลาง) ประกอบด้วยวงกลองยาว พร้อมสาวงามรำกลองยาวมีหัวโตหยอกล้อเพื่อความสนุกสนาน โคมแขวนและโคมดอกไม้ประดิษฐ์ และขบวนเครื่องแต่งกายวิรัชสราญรมย์ ซึ่งเป็นการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ในยุครัตนโกสินทร์ พร้อมด้วยกลุ่มชาติพันธุ์มอญ ไททรงดำ ลาวครั่ง และไทยเบิ้ง
      ริ้วขบวนที่ 2 ล้านนาภิวัฒน์ร่มพระบารมี (ภาคเหนือ) เป็นการนำเสนอประเพณีและวัฒนธรรมที่สำคัญของคนเมือง ประกอบด้วยชายหนุ่มตีกลองสะบัดชัย ฟ้อนนกกิงกะหลา และเต้นโต งดงามด้วยหญิงสาวฟ้อนขันดอก โปรยปรายกลีบดอกไม้ตลอดริ้วขบวน พร้อมด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ อาข่า ม้งและกะเหรี่ยง
       ริ้วขบวนที่ 3 อีสานสามัคคีคุณากร (ภาคอีสาน) ประกอบไปด้วย ริ้วขบวนที่รวมประเพณีและวัฒนธรรม
ที่สำคัญของชาวอิสานตอนบนและตอนล่าง ประกอบไปด้วย บายศรีสู่ขวัญ เซิ้งบั้งไฟ  ผีตาโขนและตุงอิสาน    พร้อมด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ภูไท ไทยพวน ไทย้อ และกุย
      ริ้วขบวนที่ ๔ ถิ่นทักษิณาทรวัฒนธรรม (ภาคใต้) เป็นการนำเสนอรูปแบบวัฒนธรรมการแต่งกายและ      กลิ่นอายวัฒนธรรมของชาวใต้ ซึ่งประกอบด้วย โนรา ตารีบุหงา และเปอรานากันหรือบะบ๋ายะหยา โดยทั้งหมดจะ     ร่ายรำไปตามเส้นทางขบวน และมีตัวมาสคอตอันเป็นที่รู้จักกันดี คือ อ้ายเท่ง และอ้ายหนูนุ้ย มาเพิ่มสีสันให้กับขบวน พร้อมด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ซาไก มอแกน ไทยใหม่ และอูรักลาโว้ย
      ริ้วขบวนที่ ๕ ชุมชนน้อมนำมโนภักดิ์ (ชุมชนนานาชาติ ศาสนิกสัมพันธ์)  ประกอบด้วย ศาสนิกชนซิกซ์ ศาสนิกชนฮินดูสมาช ศาสนิกชนมุสลิม ศาสนิกชนคริสต์
      ริ้วขบวนที่ ๖ รวมใจจงรักนิรันดร (กลุ่มแฟลชม็อบ)  ประกอบบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่นำมาดัดแปลงดนตรีใหม่ ให้มีความสนุกสนาน เช่น เต้นฮิปฮอป สวิงแดนซ์ เพอร์คัชชั่น ป๊อปปิ้ง เป็นต้น
3. จัดการแสดงทางวัฒนธรรมของชุมชนชาวไทย ชุด “บุปผาสักการะน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ” วันที่ 5 ธันวาคม 2563 เวลา 19.25 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
     การแสดงชุด “บุปผาสักการะน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ” เป็นการแสดงของปวงประชาชนทั้งสี่ภาคของประเทศไทยที่น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ แก่ปวงชนชาวไทย การแสดงประกอบด้วย การร่ายรำที่นำบุปผาดอกไม้อันเป็นสัญลักษณ์ในงานมงคลต่าง ๆ มาแสดงร่วมกัน คือ
     ภาคเหนือ ฟ้อนขันดอก การนำดอกไม้ใส่ขันหรือพานมาร่ายรำสักการะบูชา
     ภาคกลาง ระบำร่มฉัตร อันเป็นการนำสัญลักษณ์ดอกรวงผึ้งสีเหลืองอันเป็นสีมงคลของชาวไทยมาใช้ในการร่ายรำแสดงถึงความร่มเย็นภายใต้ร่มพระบารมี
     ภาคใต้ รำตาลีบุหงา หรือ การนำเอาบุหงาดอกไม้ตบแต่งในพานร่ายรำต้อนรับในวัฒนธรรมไทยมุสลิม
     ภาคอีสาน ฟ้อนมาลัยข้าวตอก ข้าวตอกเป็นสัญลักษณ์ของเครื่องบูชาของไทยมาแต่โบราณ ชาวอีสานนำเอาข้าวตอกมาร้อยเป็นบุปผามาลัยร่ายรำถวายเป็นเครื่องบูชา
ผู้รับผิดชอบโครงการ กลุ่มส่งเสริมเครือข่ายและประสานราชการภูมิภาค กองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2209 3615 - 19 ในวันและเวลาราชการ
 
แหล่งอ้างอิง:
Add to Calendar

กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง