ปฎิทินวัฒนธรรม

ประเพณีบุญผะเหวดเทศน์มหาชาติวัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม

จำนวนผู้ชม 914 ครั้ง
ประเพณีบุญผะเหวดเทศน์มหาชาติวัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม
มูลเหตุการจัดงาน
     คำว่า บุญผะเหวด นั้น ออกเสียงตามภาษาอีสาน มาจากคำว่า บุญพระเวสสันดร หรือ บุญมหาชาตินั่นเอง จังหวัดกำแพงเพชร เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีชาวไทยอีสานและชาวไทยล้านช้าง (ลาวครั่ง ลาวเวียง)อพยพมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ตามประวัติศาสตร์ได้บันทึกว่าสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกได้กวาดต้อนชาวลาวตั้งถิ่นฐานที่คลองสวนหมาก แต่หลักฐานที่เด่นชัดคือ เหตุการณ์ประพาสต้นเมืองกำแพงเพชร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ที่พระองค์ทรงพบชาวลาวผมแดง ที่บ้านแสนดอ อ.ขาณุวรลักษบุรี นับเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่เป็นหลักฐานยืนยันว่า จังหวัดกำแพงเพชรมีชาวชาติพันธ์ล้านช้างอาศัยอยู่มาหลายร้อยปีแล้ว
          นับตั้งแต่อดีตปัจจุบันชาวชาติพันธ์ล้านช้างเหล่านั้นได้แพร่กระจายไปทั่วจังหวัดกำแพงเพชร อาจกล่าวได้ว่าทุกๆอำเภอของจังหวัดกำแพงเพชรล้วนแต่มีชาวไทยชาติพันธ์ล้านช้างอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ผู้คนยังมีภาษาพูดประเพณีวัฒนธรรมความเป็นชาวล้านช้างอยู่เต็มเปี่ยม  แต่เนื่องด้วยระยะเวลาที่ยาวนานของการอพยพถิ่นฐาน ทำให้จารีตประเพณี ฮีต๑๒คอง๑๔ เริ่มเลือนหายไปจากล้านช้างจังหวัดกำแพงเพชร ยังคงมีให้เห็นเฉพาะบุญบั้งไฟในบางพื้นที่เท่านั้น
          ด้วยพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ที่ตรัสว่า “การรักษาวัฒนธรรมคือการรักษาชาติ” พระมหาอภิชาติ กิตฺติวรญฺญู เจ้าอาวาสวัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม จึงได้ริเริ่มฟื้นฟูประเพณีฟังเทศน์มหาชาติขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๒ เป็นต้นมา เพื่อรวมจิตใจชาวไทยล้านช้างจังหวัดกำแพงเพชรรวมไปถึงจังหวัดใกล้เคียงให้เป็นหนึ่งเดียว จนเป็นที่รู้จักในแถบลุ่มแม่น้ำปิงว่า นอกจากภาคอีสานแล้ว นี่คืองานบุญมหาชาติ หรือบุญผะเหวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ งดงามและยิ่งใหญ่ตามจารีตประเพณี เพื่อให้สมกับคำว่า บุญผะเหวดคือบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาบุญ​๑๒ เดือนของชาวล้านช้าง และยิ่งมีเพียงหนึ่งเดียวของภาคเหนือด้วยแล้ว ยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวสนใจมาเที่ยวชมกันเป็นจำนวนมาก เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน
 
ลำดับขั้นตอนและพิธีกรรม
          บุญผะเหวดวัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม บ้านทุ่งสนุ่น กำหนดจัดงานในสัปดาห์ที่ ๑ หรือที่ ๒ ในเดือนมีนาคมของทุกปี โดยบุญผะเหวดของที่นี่ได้รวมเอาบุญกุ้มข้าวใหญ่ หรือบุญสู่ขวัญข้าวไว้ด้วย จึงใช้ระยะเวลา ๕ วัน ในการจัดงาน ดังมีรายละเอียดดังนี้
          ก่อนจะถึงงานบุญ ๑ เดือน ชาวบ้านต้องออกไปช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าว เพื่อนำมาสร้างพระธาตุรวงข้าว หรือเจดีย์ข้าวเปลือกให้แล้วเสร็จก่อนงาน ใช้เวลาทำประมาณ ๑ เดือน เมื่อใกล้ถึงวันงานพุทธศาสนิกชนมาช่วยกันจัดตกแต่งศาลาหรือสถานที่ที่จะทำบุญ จัดเตรียมเครื่องสักการะ ดอกไม้ ธูปเทียน ข้าวตอก อย่างละพันก้อน มีการตั้งธงใหญ่ ไว้แปดทิศ และมีศาลเล็กๆ เป็นที่เก็บข้าวพันก้อน และเครื่องคาวหวาน สำหรับ ผี เปรต และมารรอบๆ ศาลาการเปรียญจะแขวนผ้าผะเหวด เป็นเรื่องราวของพระเวสสันดร ตั้งแต่กัณฑ์ที่ ๑ ถึงกัณฑ์สุดท้าย
          ๒ วันแรกของงาน มีกิจกรรมการปฏิบัติธรรม ถือศีล ภาวนา ฟังพระธรรมเทศนา  ไปตลอดทั้งวัน
          เข้าสู่วันที่ ๓ ของการจัดงาน จะมีพิธีอัญเชิญพระอุปคุต มาปกป้องคุ้มครองมิให้เกิดเหตุเภทภัยอันตรายทั้งปวง ซึ่งสมมุติว่า อัญเชิญมาจาก สะดือทะเล เพื่อมาปกป้องงานบุญนี้ให้ปราศจากอุปสรรคอันตราย เหมือนดังที่พระเจ้าอโศกมหาราชเคยได้นิมนต์ท่านมาพิทักษ์รักษางานฉลองพระเจดีย์ ๘๔,๐๐๐ แห่งทั่วทั้งชมพูทวีป เมื่อนำพระอุปคุตมายังสถานที่แล้วก็ตกแต่งสร้างหอพระอุปคุตไว้ในงาน จัดสำรับภัตตาหารไว้ทุกเช้า จนกว่าจะเสร็จงาน
          เมื่อถึงวันที่ ๔ ของการจัดงาน ซึ่งเป็นวันที่เป็น Hightlight ของการจัดงาน ช่วงเช้าจะมีการฟังพระธรรมเทศนา นิทานนางโภสพ เพื่อเฉลิมฉลองกองข้าวใหญ่(กุ้มข้าวใหญ่)จากนั้นประกอบ พิธีสู่ขวัญข้าว แจกจ่ายพันธ์ุข้าวเป็นที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมงาน ต่อด้วยการออกร้านโรงทานมากกว่า ๑๐๐ โรงทาน แจกจ่ายข้าวปลาอาหารเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้เข้าร่วมงาน
          เมื่อถึงเวลา ๑๓ .๐๐ น. เข้าสู่พิธีฟังเทศน์มหาเวสสันดรชาดกแบบแหล่ไทยภาคกลางจากพระนักเทศน์ชื่อดังระดับประเทศหมุนเวียนมาแสดงธรรมให้ฟังกันทุกปี เสร็จแล้ว เวลา​๑๖.๐๐ น. จะเป็นพิธีแห่พระเวสสันดร ตกแต่งด้วยริ้วขบวนแห่โดยชาวล้านช้างในลุ่มน้ำปิงในแต่ละอำเภอแต่ละจังหวัด จะมาฟ้อนรำช่วยกันแห่พระเวสสันดรซึ่งนี่คือขบวนแห่พระเวสสันดรที่งดงามและยิ่งใหญ่ที่สุดของภาคเหนือเลยทีเดียว
          เข้าสู่วันที่ ๕ ของการจัดงาน เริ่มตั้งแต่เวลา ๐๔.๓๐ ประชาชนผู้เฒ่าผู้แก่จะตกแต่ง ข้าวพันก้อนบูชาตามเสาธงพระเวสสันดร ที่ปักรายล้อมบริเวณพิธี  “ ข้าวพันก้อน ” หมายถึง ข้าวเหนียวทำเป็นก้อนเล็กๆ เพื่อบูชากันณฑ์เทศน์ นอกจากนี้ยังมีธงทิวอีก ๑,๐๐๐ ผืนซึ่งมีจุดประสงค์ให้ครบ ๑,๐๐๐ คาถาเหมือน จากนั้น เวลา ๐๕.๓๐ น. เข้าสู่พิธีเทศน์สังกาช  เทศน์สังกาช ก็คือการเทศน์บอกศักราช นับวันเดือนปีที่จะแสดงมหาเวสสันดรชาดก เมื่อถึงเวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น.จึงจะเริ่มพิธี ฟังเทศน์มหาชาติแบบภาคอีสาน หรือแหล่อีสาน ๓ ธรรมาสน์ โดยใช้เวลาเทศน์ตลอดทั้งวัน เมื่อถึงเวลา ๒๑.๐๐ น. เป็นพิธีปิดงาน เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของการจัดงาน ประชาชนผู้คนจะหลั่งไหลกันเข้ามาในงานเพื่อมาชมมหรสพสมโภชปิดงานคืนสุดท้ายด้วยหมอลำวงใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาเฉลิมฉลองทุกปี เริ่มแสดงตั้งแต่ ๓ ทุ่มจนถึง ๖ โมงเช้าของอีกวัน  โดยวันรุ่งขึ้นจึงจะมีการอัญเชิญพระอุปคุตกลับสู่มหาสมุทร ถือว่าเสร็จสิ้นงานบุญผะเหวดโดยสมบูรณ์
แหล่งอ้างอิง:
Add to Calendar

กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง